ปั๊มน้ำท้องเรือ Bilge Pump 1100GPH ซ่อมแก้ไขปัญหาเรื่อง หมุนฝืดเสร็จเรียบร้อยแล้วในบทความที่ผ่านมา ตอนนี้เราจะมาทดสอบกันดูซิว่า แก้ปัญหาไปแล้ว ประกอบกลับเสร็จแล้ว โดยใช้กาวซิลิโคน ในการประสานชิ้นส่วนพลาสติกเข้าด้วยกัน เพราะอนาคต ถ้าต้องซ่อมบำรุงอีก ก็ต้องการถอดให้ง่ายกว่าเดิม ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อยพลาสติกอีก ซึ่งกาวซิลิโคน ประเภทกาวทาประเก็น จะแกะแคะออกค่อนข้างง่าย ก็เลยเลือกใช้วิธีนี้

จุดประสงค์ที่กู้ปั๊มน้ำ DC ปั๊มน้ำท้องเรือ ขึ้นมาจากสระน้ำในตอนแรก เพราะต้องการเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ของมัน มาเป็นปั๊มเติมอ๊อกซิเจนให้กับสระเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆๆ โดยใช้แผงโซล่าเซลล์เป็นหลัก แดดมาปั๊มก็ทำงานทันที แดดหมดก็หยุดไป แต่ก็ต้องมาซ่อมบำรุงกันเล็กน้อยเรื่องความฝืดของการหมุนของปั๊มน้ำ ซึ่งแก้แล้ว เมื่อแก้เสร็จ ก็นำมาต่อกับแผงโซล่าเซลล์เพื่อทดสอบ แล้วนำเข้าประจำการในตำแหน่งใหม่ที่ต้องการด้วยเลยทีเดียว ถ้าใช้ไม่ได้ค่อยว่ากันใหม่

เริ่มจากการทดสอบบนบกโดยถอดเอาฝาครอบกันเศษวัสดุเข้าไปในปั๊มน้ำ ออกก่อน จากนั้นก็นำไปต่อเข้ากับแผงโซล่าเซลล์ที่เตรียมเอาไว้ แล้วดูการหมุนของใบพัด ถ้าหมุนดี ไม่ติดขัดก็เป็นอันใช้ได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ตอนก่อนที่จะประกอบปั๊มน้ำที่ซ่อม ก็ได้ทดสอบกับการต่อไฟแล้วรอบนึง ซึ่งมอเตอร์ปั๊มน้ำก็หมุนดี หมุนปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้ลองกับแผงโซล่าเซลล์ ก็ผ่านเช่นกัน ไม่พบปัญหาอะไร ใช้งานได้แล้ว

แผงโซล่าเซลล์ที่ใช้งานในภาพ เป็นแผงโซล่าเซลล์ 18V แผงละ 20 วัตต์ สองแผงต่อขนานกัน ก็เป็น 40 วัตต์ ซึ่งมันน้อยไปนิดนึง ต้องแดดแรงๆ ปั๊มถึงจะทำงานได้ดี ถ้าได้สัก 3 แผง 60 วัตต์นี่กำลังพอดีเลย แต่มีสองแผง ก็ใช้สองแผงไปก่อน ไม่เป็นอะไรใช้งานได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่า ช่วงเวลาของการทำงานเติมอากาศลงน้ำก็จะน้อยลง เพราะต้องรอแดดแรงๆ ปั๊มถึงจะทำงาน

ถ่ายให้เห็นกันชัดๆ ว่าเป็นปั๊มน้ำที่เพิ่งจะทำการซ่อมบำรุงมา เพิ่งจะประกอบเสร็จด้วยกาวซิลิโคน RTV กาวทาประเก็น นำมาหย่อนลงในสระน้ำเล็กๆ ที่น้ำเริ่มมีคราบน้ำมันปรากฏให้เห็นมากมายแล้ว ถ้าไม่ดูแล น้ำที่มีคราบน้ำมันแบบนี้ จะพัฒนาเป็นน้ำเน่า เนื่องจากน้ำมันขาดอากาศ เพราะมีคราบน้ำมันปกปิดผิวหน้าหมด ทำให้อ๊อกซิเจนผัสผัสผิวหน้าของน้ำได้น้อยลง น้ำก็เลยขาดอ๊อกซิเจนโดยปริยาย

ทำไมน้ำถึงเน่า? เมื่อน้ำขาดอ๊อกซิเจน จุลินทรีย์ดีๆ ประเภทที่ต้องการอากาศอยู่อาศัยไม่ได้ จุลินทรีย์ไม่ดี ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ได้โดยไม่พึ่งอากาศ ก็ทำงานเต็มที่ ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้จุลินทรีย์ในน้ำน้ำเกิดความไม่สมดุลย์กัน ระหว่างจุลินทรีย์ดีๆ กับจุลินทรีย์ที่ไม่ดี น้ำปกติที่ใส หรือขุ่น และไม่มีกลิ่น จะกลายเป็นน้ำเน่าในที่สุด (ไม่เกี่ยวกะนิยายอะไร ใดๆ ที่ชอบเรียกว่า นิยายน้ำเน่าเลย)

เมื่อแสงแดดเป็นใจ แดดออกเต็มที่ ปั๊มน้ำก็จะเริ่มทำงาน ปั๊มน้ำขึ้นมาผ่านทางสายยาง แล้วตกลงไปในน้ำอีกครั้งอย่างที่เห็น ซึ่งตามความจริงแล้ว การเติมอ๊อกซิเจนให้น้ำด้วยปั๊มน้ำเล็กๆ แบบนี้ และปล่อยน้ำแบบนี้ ลองสังเกตที่ฟองอากาศในน้ำดู จะเห็นว่า มันเติมอ๊อกซิเจนให้น้ำได้ไม่มากนักหรอก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แล้วปล่อยให้น้ำแก้ไขตัวเอง อาจจะต้องใช้เวลานาน และเป็นไปได้ทั้งสองทาง คือ เน่ายิ่งกว่าเดิม หรือ ค่อยๆ ดีขึ้นเองตามธรรมชาติ ดังนั้น ถ้าอยากให้น้ำดีขึ้นแบบไม่ต้องลุ้น ก็ต้องช่วยน้ำสักหน่อย อ้อ อย่าลืมเติมจุลินทรีย์ดีๆ ให้น้ำเพิ่มด้วยนะครับ จะได้ไปต้านทานกับจุลินทรีย์ไม่ดี

ที่ฟาร์มเพียร จุลินทรีย์ที่ใช้สาดใส่สระน้ำ จะใช้จุลินทรีย์ EM เป็นจุลินทรีย์น้ำ ที่เราขยายเชื้อเอาเอง จะไม่ใช้ EM ball ถ้าจะใช้ ก็คงต้องหาเจ้าที่น่าเชื่อถือสักหน่อย อย่าห่วงแต่ของถูก จะมีแต่ก้อนดินแข็งๆ ไม่มีเชื้ออะไรใดๆ หรือไม่ก็ได้ก้อน EM ที่จุลินทรีย์ขยายตัวไม่ดี ไม่เต็มที่ เชื้อเดินไม่ทั่ว เมื่อเหวี่ยงทิ้งลงไปในสระ จะยิ่งสร้างปัญหา เพราะกลายเป็นว่า เราเพิ่มอาหารให้กับจุลินทรีย์ไม่ดีเข้าไปอีก ยิ่งโยนหลายก้อน ก็ยิ่งมีอาหารเพิ่มอีกเพียบ น้ำจะเสียเร็วขึ้นไปอีก

แต่ถ้าก้อนจุลินทรีย์ EM ball นั้นมีเชื้อที่ขยายตัวเต็มที่แล้ว นั่นหมายถึงว่า อาหารในก้อนที่เราเห็นนั้น ถูกจุลินทรีย์ย่อยไปหมด หรือเกือบหมดแล้ว ก็จะไม่สร้างปัญหาต่อเนื่องให้เราปวดหัว แต่จะช่วยเราแก้ปัญหาน้ำเสียได้ เห็นไหมว่า EM ball มันจะมีปัญหามากกว่า ถ้าเชื้อเดินไม่ดี กินอาหารในก้อนไม่หมด ดังนั้น EM น้ำที่หมักทิ้งไว้สัก 1 อาทิตย์ จะให้ผลที่ดีกว่า
จุลินทรีย์ EM เอง ก็ไม่ใช่น้ำวิเศษที่จะทำให้น้ำหายเน่า หายเสียในทันที ทุกอย่างมันต้องใช้เวลารักษา ตัวเราเอง เวลาเป็นหวัดยังต้องใช้เวลารักษาเลย ขึ้นอยู่กับว่า เป็นมาก หรือเป็นน้อย เท่านั้นเอง สระน้ำจุดนี้ผมชะล่าใจไปหน่อย เพราะที่ผ่านมา มันเป็นน้ำเปรี้ยวมาตลอด เพราะดินด้านล่างมันเปรี้ยว ต้นหญ้าขึ้นก็เลยไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ลอก ไม่ได้เอาออก จนในที่สุด น้ำเปรี้ยว มันกลายเป็นน้ำเสีย เพราะจุลินทรีย์ไม่ดีมันค่อยๆ เกิดขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จากหญ้าที่ตาย ถูกทับซ้อนๆ กันอยู่ด้านล่าง ในที่สุดน้ำเปรี้ยวก็หายเปรี้ยว แต่กลายเป็นน้ำเสียแทน เพราะซากหญ้าเหล่านั้น กลายเป็นอาหารชั้นดีสำหรับจุลินทรีย์ไม่ดีเหล่านั้น
เอ้า ออกนอกเรื่องไปนานแล้ว วกกลับมาสรุปสักนิดนึง ตกลงว่า การซ่อมปั๊มน้ำท้องเรือ Bilge Pump 1100GPH เสร็จสิ้นเรียบร้อยดี ทดสอบผ่าน และติดตั้งใช้งานเป็นปั๊มน้ำเติมอากาศเรียบร้อยแล้ว ตรงตามวัตถุประสงค์ ที่เหลือก็คือใช้งานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหยุดหมุน เพราะแปรงถ่านหมด ค่อยถอด แคะ แงะ ออกมาเปลี่ยนแปรงถ่านใหม่อีกรอบ คราวนี้แกะไม่ยากแล้วล่ะครับ


