ปั๊มน้ำ DC 1100GPH ปั๊มน้ำท้องเรือ แกะมาซ่อม ไม่ยากเลย ตอนที่ 1

ปั๊มน้ำ DC ตัวเล็กๆ ที่เรียกว่า ปั๊มท้องเรือ 1100GPH หัวสีแดง กลางสีขาว และท้องสีน้ำเงิน เป็นปั๊มที่ทำมามีสีสันดี ซึ่งปั๊มขนาดเล็กตัวนี้ แม้จะเล็ก แต่พลังในการผลักดันน้ำนี่ ไม่เบาเลยจริงๆ ซื้อมาลองใช้เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ตอนเริ่มปลูกทุเรียนใหม่ๆ จนกระทั่งตอนนี้ กำลังจะครบ 4 ปีพอดีๆ ในอีกไม่กี่วัน แช่น้ำมาก็นาน (ไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่แช่น้ำมานาน Bilge Pump หรือ submersible pump 1100gph แช่น้ำทนไหม? ) ก็ยังใช้งานได้อยู่ แต่มีความฝืดอยู่บ้าง ไม่ค่อยลื่นไหล (ลองใช้นิ้วมือ หมุนใบพัดของปั๊มน้ำ) เมื่อเปรียบเทียบกับตัวใหม่อีกตัวนึง ที่เก็บสำรองเอาไว้

ปั๊มน้ำท้องเรือ หรือ bilge pump 1100GPH แช่น้ำมานาน ยังไม่เสีย ใช้งานได้ แต่ฝืด ทำงานบ้าง หยุดบ้างคงจะเหนื่อย เพราะแช่น้ำมานาน
ปั๊มน้ำท้องเรือ หรือ bilge pump 1100GPH แช่น้ำมานาน ยังไม่เสีย ใช้งานได้ แต่ฝืด ทำงานบ้าง หยุดบ้างคงจะเหนื่อย เพราะแช่น้ำมานาน

ความฝืดที่ว่านี้ ทำให้ปั๊มน้ำ 1100GPH ตัวนี้ เวลานำมาใช้งาน มันจะหมุนบ้าง หยุดบ้าง ตามเรื่องตามราวไปเรื่อยๆ อยากจะรื้อออกมาแก้ไขสักหน่อย ก็ทากาวปิดทึบทั้งหมด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ เนื่องจากตัวมันเป็นปั๊มน้ำแบบจุ่มลงไปในน้ำทั้งตัว จึงต้องซีลกันน้ำอย่างมิดชิด และด้วยระดับราคาขนาดนี้ ทากาวนี่แหละ จบปัญหาแน่นอน ใช้แล้วพัง ก็คือหมดอายุ ทิ้งไปได้เลย การออกแบบเค้าเป็นแบบนั้น ไม่สามารถซ่อมเองได้ง่ายๆ แต่ด้วยความอยากจะรู้ ใช้ไม่ได้เท่ากับเสีย หรือพัง เมื่อเรารื้อ งัดแงะ ของที่พังแล้ว เสียแล้ว และมันยังพังอยู่ ก็คือของที่พัง ที่เสียอยู่ดี สูญเสียไปแค่เวลาที่ใช้ แต่ถ้าของที่เสีย ที่พังนั้น กลับมาใช้งานได้ นั่นก็เป็นกำไรของเรา

ถอดฝาครอบสีฟ้าๆ ออก ก็จะมองเห็นใบพัดปั๊มน้ำอยู่ภายใน แกนมอเตอร์เล็กนิดเดียว แต่ก็เหมาะกับขนาดของปั๊มน้ำ
ถอดฝาครอบสีฟ้าๆ ออก ก็จะมองเห็นใบพัดปั๊มน้ำอยู่ภายใน แกนมอเตอร์เล็กนิดเดียว แต่ก็เหมาะกับขนาดของปั๊มน้ำ

เมื่อตกลงที่จะใช้เวลารื้อ งัดแงะ แกะแบบถนอม ไม่ทำลาย เผื่อจะประกอบกลับเข้าไปใหม่ได้ ก็เลยเป็นที่มาของการใช้เลื่อย ค่อยๆ ตัดไปเรื่อยๆ ซึ่งใบเลื่อยที่นำมาใช้ จะเป็นใบเลื่อยเหล็กที่ฟันไม่ต้องถี่ เพราะเนื้อวัสดุที่จะตัด เป็นพลาสติก ฟันเลื่อยค่อยๆ กินเนื้อไปเรื่อยๆ ไม่ยากอะไร แต่ที่ยาก คือ ตำแหน่งที่เราจะลงมือเลื่อย ตรงไหนดี เพราะข้างในเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ หั่นไป เลื่อยไป จะเป็นยังไง โดนอะไรบ้าง ลองหาคลิปวีดีโอ ว่ามีใครทำเอาไว้บ้างไหม ก็ไม่มีเลย ทำให้ต้องลองเสี่ยง หาตำแหน่งที่จะเลื่อยแบบงงๆ เดาๆ

มีกระบอกสีแดงๆ แหย่เข้ามาในส่วนของโครงปั๊มน้ำ ส่วนนี้น่าจะต้องมีมอเตอร์อยู่ภายใน
มีกระบอกสีแดงๆ แหย่เข้ามาในส่วนของโครงปั๊มน้ำ ส่วนนี้น่าจะต้องมีมอเตอร์อยู่ภายใน

สีแดงๆ เป็นแท่ง เป็นกระบอกยาวลงมาด้านล่าง และพลิกด้านล่างเจอใบพัดปั๊มน้ำ แสดงว่า ภายในกระบอกสีแดงๆ นี้ต้องเป็นมอเตอร์แน่นอน มองดูตรงส่วนสีแดงๆ มีรอยต่ออยู่ แสดงว่า ท่อนแรก เป็นส่วนของมอเตอร์ ส่วนที่สอง เป็นส่วนครอบ สวมลงมาทีละท่อน แล้วทายึดกันด้วยกาวทา PVC เพื่อกันน้ำไปในตัวแน่ๆ สรุปแนวทางเริ่มต้นเอาไว้แบบนี้ก่อน

ใช้เลื่อย ค่อยๆ เลื่อยกินเนื้อพลาสติกไปทีละนิด โดยหมุนตัวปั๊มน้ำไปเรื่อยๆ กี่รอบก็ช่าง เอาให้ขาดออกจากกันเป็นใช้ได้
ใช้เลื่อย ค่อยๆ เลื่อยกินเนื้อพลาสติกไปทีละนิด โดยหมุนตัวปั๊มน้ำไปเรื่อยๆ กี่รอบก็ช่าง เอาให้ขาดออกจากกันเป็นใช้ได้

ขั้นตอนการเลื่อย คือ เลื่อยชิด ติดกับรอยต่อ เลื่อยไปทีละนิด และหมุนตัวปั๊มน้ำไปเรื่อยๆๆ และเลื่อยไปทีละนิดๆ ร่องใบเลื่อย ที่กินเนื้อพลาสติก ก็จะลึกเสมอๆ กัน เท่าๆ กันตลอดแนวเลื่อย และแนวเลื่อย ก็จะค่อนข้างตรงด้วย เมื่อเราเลื่อยด้วยวิธีนี้

เลื่อยวนรอบปั๊มน้ำ 1100GPH ไปแบบนี้ นี่ก็ลึกแล้ว แต่ยังไม่ขาดสักที ทำไมเนื้อพลาสติกมันหนาจัง?
เลื่อยวนรอบปั๊มน้ำ 1100GPH ไปแบบนี้ นี่ก็ลึกแล้ว แต่ยังไม่ขาดสักที ทำไมเนื้อพลาสติกมันหนาจัง?

เมื่อเราเลื่อยแยกส่วนของมอเตอร์ออกมาแล้ว มันก็หลุดออกมาทั้งยวงเลย ไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ก็โอเคนะ ถอดใบพัดปั๊มน้ำ ง่ายดีอยู่ แต่เราถอดมอเตอร์ออกมา เพื่อหยอดน้ำมันลดความฝืดไม่ได้เลย ดังนั้น ต้องลงมืออีกครั้ง เลื่อยตรงส่วนหัวอีกรอบนึง เพื่อถอดตัวมอเตอร์ออกมาให้ได้ วิธีการก็เหมือนเดิม เมื่อกำหนดตำแหน่งที่จะเลื่อยแล้ว เราก็เลื่อยวนไปเรื่อยๆ หมุนตัวปั๊มไปเรื่อยๆ หมุนหลายรอบ เอาให้ขาดให้ได้นั่นแหละ

แยกเอาส่วนของมอเตอร์ติดใบพัด ออกมาจากโครงปั๊มน้ำได้แล้ว ดูเหมือนว่า จะเลื่อยสูงเกิดไปนิดนึง ตรงจุดนี้เป็นส่วนโค้งที่ช่วยผลักดันน้ำให้ออกไปทางท่อทางออกแบบสมูทๆ หรือลดความปั่นป่วนของน้ำ
แยกเอาส่วนของมอเตอร์ติดใบพัด ออกมาจากโครงปั๊มน้ำได้แล้ว ดูเหมือนว่า จะเลื่อยสูงเกิดไปนิดนึง ตรงจุดนี้เป็นส่วนโค้งที่ช่วยผลักดันน้ำให้ออกไปทางท่อทางออกแบบสมูทๆ หรือลดความปั่นป่วนของน้ำ

ในที่สุดก็ขาดออกจากกัน แต่สภาพของตัวมอเตอร์ก็เป็นอย่างที่เห็น คือ มีลักษณะของสนิมเหล็ก แสดงว่า มีน้ำเข้ามาได้เล็กน้อย(มากๆ) เพราะลองเอานิ้ว ลาก ถู ตรงพื้นที่บริเวณสายไฟ ก็ไม่รู้สึกว่ามีความเปียกอะไร ก็คงเป็นแค่ความชื้น แต่ว่า มันเข้ามาทางไหนกันล่ะ? เพราะปั๊มน้ำมันแช่อยู่ในน้ำตั้ง 4 ปี ก็เป็นไปได้ที่จะมีน้ำเข้ามาได้บ้าง

มาเลื่อยส่วนหัวต่อ ยังไงก็ต้องถอดตัวมอเตอร์ออกมาให้ได้ก่อน จะได้รู้ว่า ฝืดขนาดไหน และจะหยอดน้ำมันได้ยังไง
มาเลื่อยส่วนหัวต่อ ยังไงก็ต้องถอดตัวมอเตอร์ออกมาให้ได้ก่อน จะได้รู้ว่า ฝืดขนาดไหน และจะหยอดน้ำมันได้ยังไง
สภาพภายในก็เป็นแบบที่เห็น สภาพนี้ แสดงว่า ต้องมีน้ำเล็ดลอดเข้ามาได้บ้าง แต่เล็กน้อยมากๆ เป็นลักษณะเหมือนความชื้น เพราะลองใช้นิ้วสัมผัสส่วนต่างๆ บริเวณนี้ ไม่รู้สึกว่านิ้วเปียกเลย
สภาพภายในก็เป็นแบบที่เห็น สภาพนี้ แสดงว่า ต้องมีน้ำเล็ดลอดเข้ามาได้บ้าง แต่เล็กน้อยมากๆ เป็นลักษณะเหมือนความชื้น เพราะลองใช้นิ้วสัมผัสส่วนต่างๆ บริเวณนี้ ไม่รู้สึกว่านิ้วเปียกเลย

งัดแงะ แยกส่วนออกมาได้แล้ว เดี๋ยวตอนต่อไป จะมาถอดใบพัด แล้วเอามอเตอร์ออกมาหยอดน้ำมันกันครับ แล้วดูซิว่า จะประกอบกลับไปยังไง เลื่อยออกมาเป็นส่วนๆ แบบนี้แล้ว และมันจะใช้งานต่อได้ไหมนะ?