ปั๊มจุ่ม DC 1100GPH ปั๊มท้องเรือ Bilge Pump ซ่อม ไม่ยากเลย ตอนที่ 3

ผ่านไปสองตอนแล้ว สำหรับบทความ ซ่อมปั๊มจุ่ม 1100gph ซึ่งเป็นปั๊มน้ำ DC ขนาดเล็ก ที่เค้าออกแบบไว้ใช้เป็น ปั๊มน้ำท้องเรือ หรือ Bilge Pump แต่เราจะเอาไปใช้งานอื่นๆ ที่อยากจะใช้ เช่น พกพาไปใช้รดน้ำในแปลงผัก เล็กๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะแรงดันของน้ำที่ได้จากปั๊มน้ำขนาดเล็กแบบนี้ ไม่น้อยเลยทีเดียว และวันนี้เราจะมาต่อกันเป็นตอนที่ 3 ซึ่งจะเป็นตอนสำรวจมอเตอร์ เพื่อแก้ปัญหามอเตอร์หมุนฝืด ปั๊มน้ำหมุนๆ หยุดๆ เพราะความฝืด มาดูกันว่า จะแก้ปัญหายังไง

ปั๊มน้ำ DC bilge pump 1100gph ใช้มอเตอร์ปั๊มเล็กๆ แบบนี้ ติดตั้งภายในโครงปั๊มน้ำ
ปั๊มน้ำ DC bilge pump 1100gph ใช้มอเตอร์ปั๊มเล็กๆ แบบนี้ ติดตั้งภายในโครงปั๊มน้ำ

หลังจากถอดมอเตอร์ออกมาได้แล้ว ในตอนที่ 2 พบว่า ตัวมอเตอร์ มีร่องรอย เหมือนสัมผัสกับความชื้นมาก่อน ทั้งๆ ที่ปั๊มน้ำท้องเรือ bilge pump 1100gph ตัวนี้ ซีลปิดหมดด้วยกาว อย่างแน่นหนา ไม่น่าจะมีจุดใด ที่ทำให้น้ำซึมเข้ามาภายในปั๊มน้ำได้ง่ายๆ แต่ในที่สุดก็พบจุดที่น้ำสามารถซึมเข้ามาได้แล้ว

ใช้น้ำมันอเนกประสงค์ ฉีดเข้าไปที่บุช ที่รองรับแกนมอเตอร์ทั้งสองข้าง ไม่ต้องมากนักก็ได้ เพราะบุชตัวนิดเดียว และไม่มีวัสดุช่วยซึมซับน้ำมัน
ใช้น้ำมันอเนกประสงค์ ฉีดเข้าไปที่บุช ที่รองรับแกนมอเตอร์ทั้งสองข้าง ไม่ต้องมากนักก็ได้ เพราะบุชตัวนิดเดียว และไม่มีวัสดุช่วยซึมซับน้ำมัน

ตัวมอเตอร์ปั๊มน้ำ DC ขนาดเล็กตัวนี้ เลือกใช้มอเตอร์ที่ไม่เล็กมาก แต่ก็ไม่ใหญ่เช่นกัน ดูจากขนาดแล้ว คิดว่าเป็นมอเตอร์ RS550 ซึ่งเป็นมอเตอร์สำหรับอุปกรณ์ประเภทสว่านแบต ชนิดที่เป็นแปรงถ่านโดยทั่วไป นิยมใช้กัน เพราะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก และไม่เล็กมาก เหมาะกับการใช้งานกับแบตที่มีขนาดความจุไม่มาก เพราะเหมาะเจาะ เข้ากันดี เมื่อพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการใช้งาน ต่อขนาดของแบตเตอรี่ขนาดเล็กๆ จำนวนก้อนน้อยๆ 3 ก้อน หรือ 4 ก้อน ซึ่งปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย สว่านแบตชนิดบัสเลสไปแล้ว ซึ่งนิยมกันมากกว่า แต่ราคาก็แพงขึ้นเช่นเดียวกัน

ฉีดน้ำมันอเนกประสงค์ที่ส่วนหัวของมอเตอร์ไปแล้ว ก็ต้องฉีดด้านท้ายมอเตอร์ด้วยเช่นกัน จะได้หมุนลื่นๆ คล่องๆ
ฉีดน้ำมันอเนกประสงค์ที่ส่วนหัวของมอเตอร์ไปแล้ว ก็ต้องฉีดด้านท้ายมอเตอร์ด้วยเช่นกัน จะได้หมุนลื่นๆ คล่องๆ

ปั๊มน้ำท้องเรือ DC 1100gph ตัวนี้ เป็นปั๊มน้ำขนาดเล็กๆ กระทัดรัด ที่ออกแบบมาได้ลงตัวมาก เล็ก กระทัดรัด และมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีมาก ระบายความร้อนให้กับมอเตอร์ได้อย่างเต็มที่ เพราะน้ำที่ไหลเข้าสู่ปั๊ม จะต้องไหลผ่านด้านข้างของตัวมอเตอร์ เพื่อนำพาความร้อนที่เกิดขึ้น ออกจากตัวมอเตอร์ได้รวดเร็ว และต่อเนื่อง ไปตลอดเวลา ที่เราเปิดการทำงานของปั๊มน้ำตัวนี้ ซึ่งปั๊มจุ่มส่วนมาก ไม่มีลักษณะการระบายความร้อนแบบนี้

จากนั้นก็ทดสอบ ทดลองหมุนดู พบการเปลี่ยนแปลงชัดเจน มอเตอร์หมุนได้ลื่นขึ้น
จากนั้นก็ทดสอบ ทดลองหมุนดู พบการเปลี่ยนแปลงชัดเจน มอเตอร์หมุนได้ลื่นขึ้น

มอเตอร์ RS550 ของปั๊มน้ำ เป็นระบบบุช คือ ส่วนที่รองรับแกนหมุนของตัวมอเตอร์ ไม่ได้ใช้ตลับลูกปืน แต่เป็นโลหะประเภททองเหลือง หรือทองแดง เนื่องจากมีความอ่อนนุ่ม กว่าแกนมอเตอร์ และมีผิวเรียบลื่น เมื่อหยอดน้ำมันลงไป จะหมุนต่อเนื่องได้นานและลื่นดี แต่ใช้งานไปนานๆ น้ำมันระเหยไป จากความร้อนที่เกิดขึ้น ก็จะกลายเป็นความฝืดได้เหมือนกัน ไม่เหมือนกับระบบตลับลูกปืนในมอเตอร์ที่ใหญ่กว่านี้ เช่น RS795 หรือ RS950 ดังนั้น ปัญหาของมอเตอร์ตัวนี้ ที่ฝืด จึงมาจากบุช ที่ทำจากทองเหลือง หรือทองแดงนั่นเอง พอฉีดน้ำมันอเนกประสงค์เข้าไปที่บุช แล้วลองหมุนแกนมอเตอร์ดู ก็ลื่นไหลได้ดี ไม่ฝืดแล้ว


ที่กระบอกใส่ตัวมอเตอร์ มีร่องรอยของหยดน้ำ เกาะอยู่ด้านล่าง บ่งบอกว่า น้ำซึมเข้ามาจากบุชยาง ที่ทำหน้าที่กันน้ำ ไม่ให้เข้ามาภายในตัวปั๊มน้ำ แต่ก็ซึมเข้ามาได้เล็กน้อย น่าจะเล็กน้อยมากๆ แช่น้ำอยู่ 4 ปี ซึมเข้ามาแค่นี้เอง
ที่กระบอกใส่ตัวมอเตอร์ มีร่องรอยของหยดน้ำ เกาะอยู่ด้านล่าง บ่งบอกว่า น้ำซึมเข้ามาจากบุชยาง ที่ทำหน้าที่กันน้ำ ไม่ให้เข้ามาภายในตัวปั๊มน้ำ แต่ก็ซึมเข้ามาได้เล็กน้อย น่าจะเล็กน้อยมากๆ แช่น้ำอยู่ 4 ปี ซึมเข้ามาแค่นี้เอง

ใบพัดปั๊มน้ำ ยึดเข้ากับแกนมอเตอร์ ด้วยความแน่นพอดี จึงไม่จำเป็นต้องหาตัวล็อคอะไรมาช่วยยึดใบพัดปั๊มน้ำให้แน่นหนาไปกว่าเดิม ซึ่งใบพัดขนาดเล็กๆ แบบนี้ ใส่ง่าย ถอดไม่ยากมาก แต่ต้องระมัดระวัง ถ้างัดแรงเกินไป จะแตกหักได้

ขัดทำความสะอาดพื้นผิวมอเตอร์สักหน่อย ความจริงไม่ต้องก็ได้ แต่เพื่อความสบายใจ ขอสักนิด
ขัดทำความสะอาดพื้นผิวมอเตอร์สักหน่อย ความจริงไม่ต้องก็ได้ แต่เพื่อความสบายใจ ขอสักนิด

การฉีดน้ำมันอเนกประสงค์เข้าไปที่ body หรือ โครงของมอเตอร์ปั๊มน้ำนั้น เพื่อเคลือบพื้นผิวไว้ ไม่ให้สัมผัสกับอากาศ หรือน้ำ ละอองน้ำที่เล็ดลอดเข้ามาภายในตัวปั๊มน้ำ จะได้ไม่เกิดสนิมบนพื้นผิวอีก แต่จริงๆ แล้วสนิมเหล่านี้ ไม่มีผลต่อการทำงานของมอเตอร์ แค่ถอดออกมาแล้วดูไม่สวย ไม่งามเท่านั้น


ลงน้ำมันอเนกประสงค์ บนพื้นที่ผิวของมอเตอร์ให้ทั่วสักหน่อย  ช่วยปกป้องพื้นผิวจากสนิมได้อีกนิดหน่อย
ลงน้ำมันอเนกประสงค์ บนพื้นที่ผิวของมอเตอร์ให้ทั่วสักหน่อย ช่วยปกป้องพื้นผิวจากสนิมได้อีกนิดหน่อย

เมื่อมองลอดเข้าไปที่ตัวกระบอกสีแดงๆ ที่รองรับตัวมอเตอร์ไว้ สังเกตดีๆ จะมองเห็นหยดน้ำอยู่ด้านล่าง แต่ไม่เจอด้านบน ตรงจุดต่อสายไฟของมอเตอร์เลย ทำให้เข้าใจได้ว่า น้ำที่เล็ดลอดเข้ามาภายในตัวปั๊มน้ำด้านในนี้ มาจากบชยาง ที่อยู่ด้านล่าง ที่สัมผัสกับแกนมอเตอร์อยู่ และไม่สามารถผ่านขึ้นมาส่วนท้ายของมอเตอร์ได้ จึงกลายเป็นหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่อย่างที่เห็น แต่มองจากปริมาณหยดน้ำแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการทำงานของมอเตอร์ ยกเว้น สนิมที่เกาะตามพื้นผิวของตัวมอเตอร์อย่างที่เห็นในภาพ

ดันตัวมอเตอร์ปั๊มน้ำ ลงไปในกระบอกให้สุด แล้วปิดทับด้วยแผ่นเพลทยึดตัวปั๊มน้ำ เข้ากับโครงให้แน่นหนา
ดันตัวมอเตอร์ปั๊มน้ำ ลงไปในกระบอกให้สุด แล้วปิดทับด้วยแผ่นเพลทยึดตัวปั๊มน้ำ เข้ากับโครงให้แน่นหนา

เราแก้ปัญหาเรื่องมอเตอร์ฝืดด้วยน้ำมันอเนกประสงค์ เราก็จะเพิ่มความลื่นให้กับบุชยางด้วยน้ำมันอเนกประสงค์ เช่นกัน ซึ่งน้ำมันอเนกประสงค์จะมีส่วนช่วยให้กั้นน้ำได้ดีขึ้น เพราะน้ำมันจะไหลไปอุดช่องว่างเล็กๆ แบบ ตามด ได้ดี และทั่วถึง โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมเลย ด้วยวิธีนี้ คาดว่า น้ำจะไม่ซึมเข้าไปด้านในโครงของตัวปั๊มน้ำ ไปถึงตัวมอเตอร์แล้ว

ติดตั้งใบพัดปั๊มน้ำ เข้าที่เดิม โดยใช้นิ้วโป้งกด ดันเข้าไปให้แน่น ให้สุดเหมือนตอนก่อนที่จะถอดใบพัด
ติดตั้งใบพัดปั๊มน้ำ เข้าที่เดิม โดยใช้นิ้วโป้งกด ดันเข้าไปให้แน่น ให้สุดเหมือนตอนก่อนที่จะถอดใบพัด

จบตอนที่ 3 แล้ว เราแก้ปัญหาเรื่องความฝืดของมอเตอร์ได้เรียบร้อยแล้ว แก้ปัญหาเรื่องน้ำซึม(น้อยมากๆ) เข้ามาภายในของโครงปั๊มน้ำแล้วด้วยน้ำมันอเนกประสงค์ ที่มีติดบ้านกันทั้งนั้น ตอนต่อไป เราจะมาประกอบชิ้นส่วนต่างๆ กลับเข้าที่เข้าทางกัน แล้วมาดูว่า จะปะติด ปะต่อ พลาสติกครอบจุดต่างๆ เข้าด้วยกันได้ยังไง เพราะเราใช้เลื่อยมาแยกออกจากกันไปแล้ว