สวนทุเรียน ณ ฟาร์มเพียรแห่งนี้ ถูกทิ้ง หนีเข้ากรุงเทพอีกแล้ว รอบนี้กลับเข้ากรุงเทพเป็นเวลา 2 อาทิตย์ แต่เป็น 2 อาทิตย์ของฤดูแล้ง คือ กลับไปตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม กลับมาที่ฟาร์มเพียรแห่งนี้ ก่อนวันสงกรานต์ 1 วัน รวม 2 อาทิตย์ แต่ยังคงรดน้ำด้วย ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ กับแผงโซล่าเซลล์ ต่อตรงๆ เช่นเดิม และสั่งรดน้ำผ่านทางมือถือ อีกเช่นเคย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

สภาพของสวนทุเรียนเล็กๆ ที่มีทุเรียนเพียงแค่ 50 ต้น จะมีสภาพเป็นยังไงบ้าง ลองดูภาพได้เลย ท่ามกลางแสงแดดของฤดูร้อนอันโหดร้าย ต้นทุเรียนจะตายไหม? จะขาดน้ำไหม? อธิบายด้วยภาพนะครับ

ที่ฟาร์มเพียร เราใช้ระบบรดน้ำด้วย ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ ต่อกับแผงโซล่าเซลล์ตรงๆ แบบนี้มาตั้งแต่เริ่มปลูก ซึ่งตอนนั้น คิดว่่า จะใช้เพียงแค่ชั่วคราว รอขอไฟ ขอหม้อไฟ จากการไฟฟ้ามาใช้งาน แล้วค่อยเปลี่ยน แต่ในที่สุดก็ใช้มายาวๆ เพราะค่าขอหม้อมิเตอร์ ค่าเดินสายไฟ ค่าเสา มีค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลย

น้องเจ้าของสวนแปลงที่อยู่ติดกันเคยทักท้วงว่า เพื่อนเค้า เคยคิดจะใช้โซล่าเซลล์เหมือนกัน ลงทุนไปหลักแสน (กี่แสนจำไม่ได้) สุดท้าย ต้องมาขอไฟหลวง เดินสายไฟ เข้าที่ตัวเอง เพื่อติดปั๊มน้ำรดทุเรียน ซึ่งตอนนั้นก็รับฟังเอาไว้ แต่มาถึงตอนนี้ รู้แล้วว่า มันพอจะทำได้ เพียงแต่ จะกะเกณฑ์น้ำให้สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง เหมือนปั๊มน้ำไฟหลวง คงไม่ได้เท่านั้นเอง นอกนั้น ผมว่า สบายกว่ากันเยอะเลย เพราะไฟดับ ไฟตก สวนอื่นรดน้ำไม่ได้ แต่ที่นี่ยังรดน้ำได้ ถัวๆ กันไป ก็เท่ากับว่า พอๆ กันนั่นแหละ

ฟาร์มเพียรตอนนี้ ก็เลยแทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องพลังงานเลย จะมีก็เพียงค่าแก๊สเท่านั้น จำคำของผู้ติดตั้งระบบไฟ โซล่าเซลล์ในบ้านท่านนึงได้ จากที่ได้ดูคลิปวีดีโอมา เค้าบอกว่า “ผมผลิตไฟเองได้ แต่ผมผลิตน้ำมันไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า” รถไฟฟ้าที่เค้าว่า ตามที่ผมเห็น คือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านะ แต่ป่านนี้ก็คงจะมีรถยนต์ไฟฟ้าด้วยแล้วละมั้งครับ

ที่ฟาร์มเพียรแห่งนี้ ก็เลยตัดหญ้าด้วย เครื่องตัดหญ้า DIY แบบใช้แบตเตอรี่ ชาร์จไฟจากแผงโซล่าเซลล์ ถ้าชาร์จไม่ทัน ก็มาต่อไฟบ้านเอาก็ได้ เพราะไฟบ้าน ก็เป็นระบบโซล่าเซลล์เหมือนกัน เพียงแต่ว่า มันถูกแปลงเป็น 220V ไฟบ้านตามปกติแล้ว ซึ่ง ณ ตอนนี้ แค่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ยังไม่มากพอที่จะติดตั้งแอร์ เปิดตลอดวัน ตลอดคืนได้ แต่ระบบไฟแบบนี้ มันค่อยๆ เพิ่ม ค่อยๆ ขยายได้ตามกำลังเงินครับ

กลับมาที่สภาพหญ้าอีกที หลังจากนอกเรื่องไปนาน สภาพหญ้า ก็อย่างที่เห็น พอเข้าฤดูแล้ง สภาพของหญ้า แม้จะยังเขียวดีอยู่เหมือนเดิม แต่อัตราการเติบโต ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ที่ดูสภาพหญ้ามากกว่าดูสภาพต้นทุเรียน เพราะผมเห็นว่า หญ้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็ก และรอบชีวิตเค้าสั้นกว่าพืชต้นใหญ่ๆ เวลามีอะไร เกิดอะไร หญ้าจะแสดงออกได้เร็วกว่าพืชผลซะอีก

อย่างต้นสาบเสือ ผมชอบมันมากทีเดียว เจ้าต้นนี้ เวลาที่มีโรคราจู่โจมลงมาที่สวน เจ้าต้นนี้จะแสดงอาการใบเป็นจุดแดง และชะงักการเจริญเติบโตทันที สักพัก ต้นทุเรียนจะแสดงอาการใบเหลืองให้เห็น ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่า โรคราอะไร ชื่ออะไรบ้าง แต่ใช้ความสังเกตดูสภาพพืชแวดล้อมแทน ตามประสาเจ้าของสวนมือใหม่ ไม่เคยปลูกพืชผลมาก่อน นั่งทำงานในห้องแอร์มาตลอด เป็นสิบปี

สรูปท้ายบทความว่า ฟาร์มเพียร ยังสามารถผ่านหน้าร้อนมาได้ แม้จะสั่งรดน้ำผ่านทางมือถือก็ตาม เสมือนกับเราอยู่ที่ฟาร์ม อยากจะรดน้ำก๊อกไหน เป็นระยะเวลาเท่าไหร่ สั่งได้เลย ขาดก็เพียงแค่ภาพ แต่ก็ไม่ใช่ว่า ระบบน้ำ ระบบปล่อยน้ำ จะพัฒนาต่อไม่ได้นะครับ มันก็จะค่อยๆ เติบโต พัฒนาไปพร้อมๆ กับต้นทุเรียนในฟาร์มนั่นแหละครับ มันจะค่อยๆ ดีขึ้นๆ เรื่อยๆ ตามเวลา และประสบการณ์ที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นของเจ้าของสวน มารอดูกันครับ ว่าจะมีอะไรต่อ ณ ฟาร์มเพียรแห่งนี้ คอยติดตามได้ครับ



