หญ้ากับน้ำ บางทีมันก็เป็นปัญหาขึ้นมาได้เหมือนกัน เพราะเราเดินลงไปตัดหญ้าในน้ำไม่ได้ ฉีดยาฆ่าหญ้า ก็ทำได้อยู่ ฉีดริมๆ สระ หญ้าในน้ำก็ตายได้เหมือนกัน ถ้าหญ้าลามลงไปในสระไม่มาก แต่ผลที่ตามมาก็คือ น้ำในสระ จะปนเปื้อนยาฆ่าหญ้าด้วยนั่นแล ส่วนที่ฟาร์มเพียร สระน้ำ มีแต่ขนาดเล็กๆ ทั้งนั้น งานเอาหญ้าออก ก็ไม่ยากนัก แต่ถ้าเผลอ มันก็หนักเอาการ ที่ว่าหนักนี่ หมายความว่า หนักจริงๆ เพราะหญ้าที่เปียกน้ำ น้ำหนักย่อมมากกว่าฟาง หรือหญ้าแห้งแน่ๆ

ตอนที่ถมดิน เพื่อจะเริ่มต้นปลูกทุเรียนที่ฟาร์มเพียร คนขับรถไถเคยเล่าให้ฟังว่า ที่ของเค้าก็ติดคลองเหมือนกัน เจ้าหน้าที่บอกจะขอเข้ามาลอกคลอง เค้าบอกไม่ต้องเข้ามาหลอก แล้วเค้าก็ฉีดยาฆ่าหญ้าลงไปในคลองเลย ก็ถามย้ำเค้าว่า ฉีดลงไปในคลองน่ะเหรอครับ “ใช่” ตอบย้ำอีกครั้ง พร้อมอธิบายว่า ก็หญ้ามันแน่นขนาดนั้น ใครจะไปดึงขึ้นมาไหว พ่อแฟน เคยทำอยู่ แต่เค้าไม่อยู่แล้ว เราทำไม่ไหวหลอก ฉีดไปเลยไอ้ทิด แน่ะ แนะนำผมต่ออีก ทั้งๆ ที่มันไม่ควรจะทำ และไม่ควรเลียนแบบ เพราะคลองที่เป็นสาธารณะ ไม่ควรทำเหมือนเป็นคลองส่วนตัวไหลเวียนภายในสวน แบบนั้นจะทำอะไรก็ไม่มีใครว่า สวนของคุณเอง แต่สำหรับส่วนรวม ต้องตระหนักให้ดีๆ

ที่ฟาร์มเพียร ผมใช้ด้ามเคียวเกี่ยวข้าวนี่แหละ นำมาดัดแปลง ต่อกับด้ามต่ออเนกประสงค์ เกี่ยวหญ้าออกจากสระ ออกจากคลองระบายน้ำหน้าสวน มาหลายต่อหลายรอบแล้ว ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ อ้อ ผ่านการซ่อมบำรุงเป็นระยะนะครับ ไม่ได้หมายความว่า ใช้งานได้ยาวๆ ไม่มีพัง ไม่มีเสีย อันนั้นมัน ideal แต่ไม่เคยเป็นจริงครับ ซึ่งการซ่อมแซม ก็เขียนถึงแล้วเหมือนกัน ลองตามอ่านบทความเก่าๆ ดูนะครับ

เคียวเกี่ยวหญ้า กับด้ามต่ออเนกประสงค์ มันไม่ได้แข็งแรงอะไรมากนัก ถ้าอยากจุให้แข็งแรงกว่านี้ ก็คงต้องหาด้ามไม้ไผ่ยาวๆ เนื้อตันๆ หน่อย ก็จะยื่นได้ไกล ดึงได้สะดวก ไม่ต้องคอยระแวด ระวัง กลัวด้ามหัก ด้ามงอเหมือนกับด้ามอเนกประสงค์แบบนี้ แต่ข้อดีของมันก็คือเบากว่านั่นแหละครับ ซึ่งผมเลือกใช้แบบนี้ เพราะสะดวก ไม่ผุ ไม่พัง(ง่าย) ตากแดดได้ ไม่เสียหาย เหมาะกับพื้นที่เล็กๆ ของผม และด้ามแบบนี้ ยืดๆ หดๆ ได้ง่ายนั่นเองครับ

ด้วยสภาพของเครื่องมือนี้ ถ้าหญ้าไม่หนามาก ก็สบายๆ แต่ถ้าหญ้าหนามากๆ แบบนี้ ก็ยากหน่อย (เป็นความสะเพร่าของตัวเองแท้ๆ ครับ ปล่อยให้ยาวจนแน่น และเกือบจะเกิดเป็นน้ำเน่าแล้วถึงมาแก้ปัญหา) เพราะหญ้าที่หนามาก เท่ากับดึงยาก เพราะหญ้าจะเลื้อยไขว้กันไปมา สานกันแน่น ดึงไม่หลุดออกจากกัน ดึงนิดนึง ก็มาเป็นผืนเลย ทำให้น้ำหนักมาก ลากไม่ไหวนั่นเองครับ เวลาจะจิกหญ้า จึงต้องจิกเอาทีละน้อย ถึงจะดึงไหว ไม่หนักแรงเรามาก ไม่หนักเครื่องมือมาก ก็จะทำงานง่ายครับ แต่ก็ต้องใช้เวลาอยู่ดี อย่างว่า ฟาร์มเพียรครับ ทำอะไรเน้นความเพียร เป็นหลักใหญ่

ก่อนหน้านี้ผมก็ทำงานออฟฟิศ เหมือนกับอีกหลายๆ ท่านนี่แหละ เจ็บป่วย ออดๆ แอดๆ บ่อยมาก ใครเป็นหวัด ต้องระวัง เพราะผมจะได้รับเชื้อทุกครั้ง เพราะสุขภาพตัวเองไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ข้อมือมีปัญหา เพราะใช้คอมพิวเตอร์ทุกวัน ทำงานนั่งเก้าอี้ตลอด แอร์เย็นๆ น่าจะมีความสุขเนอะ แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้นน่ะสิครับ ตาก็ปวด เพราะจ้องหน้าจอตลอด จนสายตาเริ่มมีปัญหา สุดท้าย อยากได้สุขภาพมากกว่าแล้ว ก็เลยออกจากงาน แล้วมุ่งสู่งานใช้แรง ความเจ็บปวด เจ็บป่วยก็หายไปหมด สุขภาพดีขึ้นทันใด (ผ่านไปเป็นปีๆ เหมือนกันครับ กว่าร่างกายจะปรับตัวได้) ตากฝนเปาะแปะๆ ก็ไม่ป่วยแล้ว ไม่งั้นเมื่อก่อนนี้ โดนฝนนิดๆ หน่อยๆ ก็เป็นเรื่องแล้ว ชีวิตเป็นแบบนั้นจริงๆ
เอ้า เลยเถิดไปไกล แค่ต้องการอธิบายว่า ทำไมต้องดิ้นรน ใช้แรงมากขนาดนั้น การทำงาน เหมือนกับการออกกำลังกาย การทำสวน ได้ออกแรงทุกวัน งานรอบๆ สวน มีไม่น้อยครับ หาเรื่อง หางานทำได้ทั้งวันนั่นแหละ แต่ต้องออกแรง และใช้ความเพียร ฟาร์มเพียร ก็เลยมีที่มาแบบนี้ ไม่ต้องเข้าฟิตเนส ก็มีร่างกายแข็งแรงได้เหมือนกันนะครับ



